Mixed Data between Social Subjects and Science Studies including any others.
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566
Gen Z
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความเชื่อและแนวคิดของคนในยุคสมัยนั้นๆ ก็เปลี่ยนตาม
.
ย้อนไป 20-30 ปีก่อน ยุคสมัยที่ Gen X เริ่มทำงานแรกๆ เราอาจคุ้นชินกับแพตเทิร์นชีวิต “เรียนจบ->หางานในบริษัทใหญ่ที่มั่นคง->ออมเงินเพื่อเกษียณวัย 60 ปี” สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้ชีวิตโดยการขยับขึ้นบันไดตำแหน่งการงานในบริษัท
.
แต่หากไปถามกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z (เกิดช่วงปี 1997 - 2012) แนวคิดนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาอีกต่อไป
.
จากรายงานแบบสำรวจ “2024 Trend Talk” ความคิดเห็นของชาว Gen Z ที่ Instagram ไปสำรวจมากว่า 5,000 คนจากประเทศ บราซิล, อินเดีย, เกาหลีใต้, อังกฤษ และ อเมริกา พบว่า 1/3 ของ Gen Z คิดว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับชีวิตตัวเองไม่ใช่การปีนบันไดตำแหน่งงานให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ในบริษัทใหญ่ๆอีกต่อไป แต่คือการ ‘เป็นนายตัวเอง’ ต่างหาก
.
ทัศนคตินี้แตกต่างไปจากคนรุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน ยุคสมัยที่คนจะทำงานอยู่กับบริษัทเดียวไปจนเกษียณอายุและเกษียณไปอยู่บ้านช่วงวัย 60 ปี กำลังจะเลือนหายไป ไม่ใช่เพราะว่าแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีหรือล้าสมัย เพียงแต่ปัจจัยรอบขตัวและความท้าทายในชีวิตของพวกเขาแตกต่างไปจากเมื่อก่อนซะมากกว่า
.
จบมหาวิทยาลัยแล้วเข้าไปสู่ตลาดแรงงานด้วยเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำ แค่มีเงินพอถึงสิ้นเดือนแบบไม่เป็นหนี้ก็ถือว่าเก่งมากๆ แล้ว บางคนมีหนี้กยศ. ติดตัว บางคนเป็นความหวังของครอบครัวต้องส่งเงินกลับบ้านไปเลี้ยงพ่อแม่พี่น้องรวมถึงหลานๆ อันนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก
.
ราคาบ้านในเมืองที่สูงจนแทบเอื้อมไม่ถึงสำหรับคนทั่วไป เงินเดือนก็ขึ้นทีละนิดแทบไม่ทันค่าครองชีพที่ขึ้นเหมือนติดจรวด อยากได้เงินเดือนเพิ่มหรือตำแหน่งที่ก้าวหน้าก็ต้องคอยสมัครงานใหม่ไปเรื่อยๆ
.
กลุ่มพนักงานรุ่นใหม่จึงค่อนข้างเปราะบางต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนกว่าคนรุ่นอื่นๆ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในระบบแบบเดิมๆ และทำให้เชื่อว่าการทำงานเป็นเจ้านายของตัวเองนั้นอาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ปลายทางที่มั่นคงมากกว่าการทำงานให้กับบริษัทเหมือนที่รุ่นก่อนๆ ทำ
.
นอกจากนั้นแล้วระบบที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่าดีงามเสมอไป กลุ่มคน Gen Z เห็นมากับตาแล้วถึงความลำบากของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่หวังพึ่งระบบแต่สุดท้ายต้องมาตกงานและมีชีวิตที่ยากลำบาก มาร์ซี่ เมอร์ริแมน (Marcie Merriman) ผู้นำด้านกลยุทธ์ลูกค้าและข้อมูลเชิงลึกทางวัฒนธรรมของบริษัท EY (เอินส์ทแอนด์ยัง) หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกบอกกับนิตยสาร Fortune ว่า
.
“อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่พวกเขาเห็นคือการที่องค์กรตัดพนักงาน เลือกเส้นทางที่คงกำไรของตัวเองแบบไม่ลังเล พวกเขาเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับพ่อแม่ เกิดขึ้นกับคนยุคมิลเลนเนียล และช่วงสองสามปีที่ผ่านก็เจอกับตัวเองด้วย”
.
ศรัทธาที่มีต่อบริษัทกำลังเลือนหายไป ฉากหลังที่เศรษฐกิจลุ่มๆดอนๆ ความไม่แน่นอนทางการเมืองทั้งในประเทศเองหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศมหาอำนาจ สิ่งเหล่านี้ทำให้กลุ่มพนักงาน Gen Z รู้สึกว่าปัญหาและโจทย์ของชีวิตพวกเขาแตกต่างไปจากรุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน หลายคนมองว่าการเกษียณอาจจะเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับพวกเขาซะด้วยซ้ำ
.
ช่วงไม่กี่เดือนก่อนมีวิดีโอไวรัลอันหนึ่งที่พนักงาน Gen Z ออกมาบอกว่าตกใจกับตารางการทำงานแบบ ‘9 โมงเช้า - 5 โมงเย็น’ มากๆ ทำงานแบบนี้เรียกว่าไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย ซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องการคือความยืดหยุ่นที่มากกว่านี้ (แต่ก็มีกระแสต้านเช่นกันว่าควรต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบ)
.
ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ดูเหมือนว่า Gen Z ที่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยและกำลังเริ่มเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคต่อไปก็รู้สึกว่าระบบเดิมมันอาจจะไม่เหมาะสมแล้ว
.
แบบสำรวจในปี 2021 จากบริษัทด้านการดูแลสุขภาพและประกันภัยข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน Cigna บอกว่า 98% ของคนที่อายุ 18-24 กว่า 98% เคยมีประสบการณ์เบิร์นเอาต์จากการทำงานมาก่อน รู้สึกเครียดอยู่บ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย กว่าครึ่งหนึ่งบอกว่าต้องทำงานเสริมเพื่อหาเงินมาเติม (ขับรถส่งอาหาร ขายของออนไลน์ ฯลฯ) แต่ถึงอย่างนั้นก็แทบจะไม่พออยู่ดี และแบบสอบถามจากแพลตฟอร์มรวบรวมงานฟรีแลนซ์ Fiverr ก็พบว่ากว่า 67% ของขาว Gen Z มองว่าการทำอาชีพฟรีแลนซ์อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่างานประจำทั่วไป
.
เราจะเห็นงานใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมาอย่างการเป็นนายหน้า TikTok ขายของออนไลน์ ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ สายนั้นสายนี้ หลายคนก็ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
.
ในวันที่จำนวนคนติดตามคือสกุลเงินแห่งโลกโซเชียล มันคือยุคที่โอกาสเปิดกว้าง แทบทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือ ความรู้ และเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง แต่การจะไปถึงจุดที่สร้างเนื้อสร้างตัวได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าแม้เทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มจะเหมือนกัน แต่ทุกคนไม่ได้เริ่มจากจุดเดียวกัน (เงิน, คนรู้จัก, หรือแม้แต่รูปร่างหน้าตา)
.
ไม่ว่าจะเป็นทำงานเสริม ฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ เป็นอินฟลูฯ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ดูแล้วเหมือนว่ายุคสมัยแห่งการพึ่งพาบริษัทและองค์กรใหญ่ๆ กำลังเกิดขึ้นแล้ว จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรุ่นพ่อแม่ (และบางคนก็เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง) ว่าการเลือกทำงานในบริษัทที่คิดว่ามั่นคงปลอดภัยก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด สามารถตกงานได้ง่ายๆ ในช่วงที่เศรษฐกิจโงนเงน บางทีการพึ่งพาตัวเองอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้
.
เหมือนอย่างปาฐกถาปี 2014 ที่ Maharishi University of Management ที่ จิม แคร์รีย์ (Jim Carrey) กล่าวว่า
.
“พ่อของผมสามารถเป็นนักแสดงตลกเก่งๆ ได้เลยนะ แต่เขาไม่เชื่อว่ามันเป็นไปได้สำหรับเขา เขาจึงตัดสินใจเลือกทางที่ระมัดระวัง เขาเลือกงานที่ปลอดภัยอย่างนักบัญชีและตอนผมอายุ 12 เขาก็ถูกปลดออกจากงาน และครอบครัวของเราก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด”
.
บทเรียนที่เขาเขียนเรียนรู้ตอนนั้นคือ
.
“[ในเมื่อ] ทำสิ่งที่ไม่ชอบก็ยังล้มเหลวได้ ถ้าแบบนั้นไม่ลองเสี่ยงทำในสิ่งที่คุณรักดูละ”
.
- โสภณ ศุภมั่งมี (บรรณาธิการ #aomMONEY)
,
#aomMONEY #บทบรรณาธิการ #การเงินส่วนบุคคล #การเงิน #GenZ #Freelance #คนทำงาน #นายตัวเอง #งานคนรุ่นใหม่ #ทัศนคติ #แนวคิด
.
[อ้างอิงในคอมเมนต์]
วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566
Play and Learn
💃การเรียนรู้ผ่านการเล่น เป็นสิ่งที่ดี แต่จะจัดการเรียนรู้ ในรูปแบบ “เพลิน” อย่างไร ? เพราะถ้าเรียน (learn) อย่างเดียวก็เกิดความเบื่อ เล่น (play) อย่างเดียวก็จะเป็นการไร้สาระจนเกินไป
.
Play And Learn = Plearn สามารถแยกเป็นข้อๆได้ดังนี้ Play คือ1.การเล่นตามวิถีชีวิต 2.การเล่นของเด็กไทย 3.การเล่นเกม รวมไปถึงการร้อง การเต้น และการแสดง ส่วน Learn คือการบูรณาการข้ามสาระข้ามวิชา และข้ามเนื้อหาวิชาต่างๆที่ต้องการสอนนั่นคือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ รวมถึงทักษะวิชาการและทักษะชีวิตไปด้วยนั่นเอง
.
👉🏻มาเรียนรู้เทคนิคและวิธีการสอน ด้วยการสร้างพลังการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ Play+ Learn = Plearn การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่น
https://bit.ly/49SG36g
.
การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่น ถือเป็นนวัตกรรม Plearn บางคนอาจจะเรียกว่าเรียนปนเล่น หรือ เล่นปนเรียน นั่นคือการเอาคำว่า Play+Learn = Plearn การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่นนั่นเอง
#เทคนิคการสอน #บูรณาการ #ActiveLearning
วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566
มหาวิทยาลัยกำลังจะตาย
เด็กเกิดน้อย วัยเรียนลดลง ปริญญาถูกลดความสำคัญ! หรือมหาวิทยาลัยจะไปไม่รอด? วัยรุ่นสหรัฐมองปริญญาให้หลักประกันทางการเงินไม่ได้ ด้านประเทศไทยผลกระทบเป็น “งูกินหาง” ตายมากกว่าเกิด เด็กเข้าเรียนลดลง สะเทือนมหาวิทยาลัย “อาจารย์” ส่อกลายเป็นอาชีพไม่มั่นคง
.
“ปริญญา” สำคัญแค่ไหน? 10 ปีที่แล้วเราคงตอบคำถามนี้ได้ทันทีว่า การเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเป็นใบเบิกทางสำคัญต่ออาชีพการงานในอนาคต โดยเฉพาะค่าตอบแทนสำหรับคนหนุ่มสาววุฒิปริญญาตรีที่กลายเป็นแรงจูงใจให้พ่อแม่ผู้ปกครองผลักดันลูกหลานเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจนจบการศึกษาได้สำเร็จเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะ “White-collar worker” หรือ “คนงานคอปกขาว” ยิ่งในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยยิ่งทำให้เห็นชัดมากขึ้นว่า คนทำงานออฟฟิศวุฒิปริญญาตรีมีเปอร์เซ็นต์ “ตกงาน” น้อยกว่า “Blue-collar worker” หรือ “คนงานคอปกน้ำเงิน” ที่ใช้กำลังแรงกายในการทำงานเป็นหลัก
.
แต่เหตุผลและคำอธิบายทั้งหมดที่ว่ามาคงใช้ไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบันอีกแล้ว เมื่อเราพบข้อมูลที่น่าสนใจจากสำนักข่าว “เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส” (The New York Times) ที่มีการระบุถึงผลสำรวจความรู้สึกของชาวอเมริกันที่มีต่อการศึกษาระดับอุดมศึกษาเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ คนหนุ่มสาวที่มองว่า วุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยสำคัญลดลงจาก 71% ในปี 2009 เหลือเพียง 41% ในปี 2023
.
ทั้งยังพบว่า เด็ก “เจน Z” กว่า 45% มองว่า เพียงวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายก็สามารถเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินให้กับพวกเขาได้แล้ว
.
ภาพความเปลี่ยนแปลงในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้เกิดแค่ในสังคมอเมริกันเท่านั้น แต่ยังพบอีกว่า ประเด็นว่าด้วยเรื่องอนาคตของมหาวิทยาลัยไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน คือจำนวนนักศึกษาหดตัวลง อาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบ อนาคตอันใกล้อาจกลายเป็นอาชีพที่อยู่บนความไม่มั่นคงเหมือนกับอาจารย์มหาวิทยาลัยยุคก่อนๆ อีกแล้ว
.
แหล่งข่าวอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังให้ข้อมูลกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สังกัดขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงยังไม่น่าเป็นกังวลนัก แต่สำหรับมหาวิทยาลัยขนาดกลางและขนาดเล็กอาจต้องพบเจอกับสถานการณ์ไม่สู้ดีเท่าไร มหาวิทยาลัยเอกชนอาจมีการปรับตัวด้วยการลดจำนวนบุคลากรลง หรืออย่างที่เราเห็นกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ว่า บางมหาวิทยาลัยตัดสินใจปิดบางคณะลง เนื่องจากจำนวนนักศึกษาน้อยกว่ากำหนดและไม่ได้รับควานนิยมเท่าแต่ก่อน
.
นอกจากนี้ อาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เคยถูกมองว่า เป็นอาชีพที่มั่นคงก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะหลังจากมีการปฏิรูประบบการจ้างงานในมหาวิทยาลัยสถานะของอาจารย์ก็ถูกลดทอนลงจาก “ข้าราชการ” เป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” สวัสดิการที่เคยได้รับก็ไม่เหมือนกัน สถานะข้าราชการเป็นการจ้างงานถึงอายุ 60 ปี แต่อาจารย์มหาวิทยาลัยยุคนี้มีเงื่อนไขแตกต่างกันอาจต่อสัญญากันทุก 5 ปี 10 ปี หรือแย่ไปกว่านั้นคือต่อสัญญากันแบบ “ปีต่อปี” ก็มีให้เห็นแล้ว
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/education/1101063?anm=
.
.
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจBusiness
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
พหุวิทยาการ(Multidisciplinary)หรือสหวิทยาการ(Interdisciplinary)คือการใช้ความรู้จากองค์ความรู้หลายสาขาวิชา หลายศาสตร์หรือจากการปฏิบัติมาผสมผสานใช้ในการเรียน การทำงาน การวิเคราะห์ วิจัย และสังเคราะห์ขึ้นเป็นองค์ความรู้ใหม่ และพัฒนาเป็นศาสตร์ใหม่ขึ้นเพราะฉะนั้น พหุวิทยาการก็คือวิธีการที่นำเอาความรู้หลายศาสตร์มาประยุกต์แก้ปัญหา หรือสร้างศาสตร์หรือองค์ความรู้ใหม่ การศึกษาอนาคตจำเป็นต้องใช้พหูหรือสหวิทยาการในการกำหนดวิสัยทัศน์ หรือคาดการณ์อนาคตของผูบริหารหรือปู้นำที่ใช้ทักษะแบบM-Shaped หรือComb Skill
วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566
สารานุกรมห้องสมุดไทย(จุฬา มหิดล เกษตร ม.บูรพา สวนดุสิต ฯลฯ)หนังสือ ของ Rattanan Rodthong(รัฐนันท์ รถทอง) http://uctalservice.walai.net/Catalog/BibItem.aspx?BibID=b01151581
สารานุกรมห้องสมุดไทย(จุฬา มหิดล เกษตร ม.บูรพา สวนดุสิต ฯลฯ)
หนังสือ ของ Rattanan Rodthong(รัฐนันท์ รถทอง)
http://uctalservice.walai.net/Catalog/BibItem.aspx?BibID=b0115158
วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566
อ.ดร.รัฐนันท์ รถทอง
รัฐนันท์ รถทอง จบ ค.ด.(บริหารการศึกษา)จากจุฬาฯ 2560 เคยเป็นอาจารย์ ม.ราชภัฏภูเก็ต, ม.กรุงเทพธนบุรี และ ม.เวสเทิร์น และนักวิจัย ผลงานวิชาการ ตาม คิวอาร์โค๊ด
วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2566
อ ดร รัฐนันท์ รถทอง
รัฐนันท์ รถทอง จบ ค.ด.(บริหารการศึกษา)จากจุฬาฯ 2560 เคยเป็นอาจารย์
ม.ราชภัฏภูเก็ต, ม.กรุงเทพธนบุรี และ ม.เวสเทิร์น ผลงานวิชาการ ตาม คิวอาร์โค๊ด
วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566
วันอังคารที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566
วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566
Innovative Thinking
การสร้าง Innovative
Thinking (สร้างนวัตกร)
INNOVATION ความหมายของมันก็คือ การคิดสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ ๆ นำไปสู่การปฏิบัติ ที่สัมฤทธิ์ผล เพื่อแก้ปัญหา เพื่อพัฒนา เพื่อสร้างโอกาส เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน คำว่า"นวัตกรรม" จึงหมายถึง"ใหม่" "มีคุณค่า" และ "มีมูลค่าเพิ่ม" จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
ผู้นำยุคใหม่
จากแนวคิดภาวะผู้นำยุคใหม่ ภาวะผู้นำถือเป็น Soft Skill ที่สำคัญทางการบริหารจัดการ ซึ่งเปลี่ยนแนวคิดจากผู้นำเป็นศูนย์กลางสู่เพื่อนร่วมงานหรือสมาชิกอื่นในองค์กรเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีคุณลักษณะหลายข้อที่สำคัญคือ การเป็นผู้รับฟังที่ดี(Generous Listening) ความเข้าอกเข้าใจ(Empathy) และความคิดที่เรียนรู้และพัฒนาตลอดเวลา หรือ ความคิดที่พัฒนาได้ (Growth Mindset) จากผลการศึกษาของ [2] Van Bommel, T. (2021). พบว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วม และความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของงานเป็นอย่างมาก
นวัตกรรม
นวัตกรรม เป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการพัฒนาและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังเช่นในแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คำศัพท์หนึ่งที่ตามมาคือ “Innovator หรือ นวัตกร”
วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
ในอนาคต มนุษย์ + AI น่าจะสร้างระบบ ประชาธิปไตยทางตรงได้ จะยุติธรรม กว่า ปชต.แบบตัวแทน ไม่ต้องมีนักการเมืองที่น่าเบื่อ นี้ได้...
ในอนาคต มนุษย์ + AI น่าจะสร้างระบบ ประชาธิปไตยทางตรงได้ จะยุติธรรม กว่า ปชต.แบบตัวแทน ไม่ต้องมีนักการเมือง
ที่น่าเบื่อ นี้ได้...
วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
ai tools
https://wa.me/message/PDEINKSZTLAOF1
➡️Turnitin Instructor (AI Detector)
➡️Turnitin plagiarism checker
➡️Quillbot for Paraphrasing
➡️Grammarly for Proofreading
➡️Course hero account
➡️Refnwrite Paraphrasing tool
➡️Wordtune Paraphrasing tool
➡️WPS Office for Android
➡️Office 365 for pc&mobile
➡️Office 2019 license
➡️Windows 10 activator
➡️OriginPro research graphs
➡️Canva Pro for designing
➡️Doodly whiteboard video animator
➡️Chat GPT Plus
➡️Biorendar
วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
