วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Gen Z

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความเชื่อและแนวคิดของคนในยุคสมัยนั้นๆ ก็เปลี่ยนตาม
.
ย้อนไป 20-30 ปีก่อน ยุคสมัยที่ Gen X เริ่มทำงานแรกๆ เราอาจคุ้นชินกับแพตเทิร์นชีวิต “เรียนจบ->หางานในบริษัทใหญ่ที่มั่นคง->ออมเงินเพื่อเกษียณวัย 60 ปี” สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้ชีวิตโดยการขยับขึ้นบันไดตำแหน่งการงานในบริษัท
.
แต่หากไปถามกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z (เกิดช่วงปี 1997 - 2012) แนวคิดนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาอีกต่อไป
.
จากรายงานแบบสำรวจ “2024 Trend Talk” ความคิดเห็นของชาว Gen Z ที่ Instagram ไปสำรวจมากว่า 5,000 คนจากประเทศ บราซิล, อินเดีย, เกาหลีใต้, อังกฤษ และ อเมริกา พบว่า 1/3 ของ Gen Z คิดว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับชีวิตตัวเองไม่ใช่การปีนบันไดตำแหน่งงานให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ในบริษัทใหญ่ๆอีกต่อไป แต่คือการ ‘เป็นนายตัวเอง’ ต่างหาก
.
ทัศนคตินี้แตกต่างไปจากคนรุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน ยุคสมัยที่คนจะทำงานอยู่กับบริษัทเดียวไปจนเกษียณอายุและเกษียณไปอยู่บ้านช่วงวัย 60 ปี กำลังจะเลือนหายไป ไม่ใช่เพราะว่าแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีหรือล้าสมัย เพียงแต่ปัจจัยรอบขตัวและความท้าทายในชีวิตของพวกเขาแตกต่างไปจากเมื่อก่อนซะมากกว่า
.
จบมหาวิทยาลัยแล้วเข้าไปสู่ตลาดแรงงานด้วยเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำ แค่มีเงินพอถึงสิ้นเดือนแบบไม่เป็นหนี้ก็ถือว่าเก่งมากๆ แล้ว บางคนมีหนี้กยศ. ติดตัว บางคนเป็นความหวังของครอบครัวต้องส่งเงินกลับบ้านไปเลี้ยงพ่อแม่พี่น้องรวมถึงหลานๆ อันนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก
.
ราคาบ้านในเมืองที่สูงจนแทบเอื้อมไม่ถึงสำหรับคนทั่วไป เงินเดือนก็ขึ้นทีละนิดแทบไม่ทันค่าครองชีพที่ขึ้นเหมือนติดจรวด อยากได้เงินเดือนเพิ่มหรือตำแหน่งที่ก้าวหน้าก็ต้องคอยสมัครงานใหม่ไปเรื่อยๆ 
.
กลุ่มพนักงานรุ่นใหม่จึงค่อนข้างเปราะบางต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนกว่าคนรุ่นอื่นๆ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในระบบแบบเดิมๆ และทำให้เชื่อว่าการทำงานเป็นเจ้านายของตัวเองนั้นอาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ปลายทางที่มั่นคงมากกว่าการทำงานให้กับบริษัทเหมือนที่รุ่นก่อนๆ ทำ
.
นอกจากนั้นแล้วระบบที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่าดีงามเสมอไป กลุ่มคน Gen Z เห็นมากับตาแล้วถึงความลำบากของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่หวังพึ่งระบบแต่สุดท้ายต้องมาตกงานและมีชีวิตที่ยากลำบาก มาร์ซี่ เมอร์ริแมน (Marcie Merriman) ผู้นำด้านกลยุทธ์ลูกค้าและข้อมูลเชิงลึกทางวัฒนธรรมของบริษัท EY (เอินส์ทแอนด์ยัง) หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกบอกกับนิตยสาร Fortune ว่า
.
“อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่พวกเขาเห็นคือการที่องค์กรตัดพนักงาน เลือกเส้นทางที่คงกำไรของตัวเองแบบไม่ลังเล พวกเขาเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับพ่อแม่ เกิดขึ้นกับคนยุคมิลเลนเนียล และช่วงสองสามปีที่ผ่านก็เจอกับตัวเองด้วย”
.
ศรัทธาที่มีต่อบริษัทกำลังเลือนหายไป ฉากหลังที่เศรษฐกิจลุ่มๆดอนๆ ความไม่แน่นอนทางการเมืองทั้งในประเทศเองหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศมหาอำนาจ สิ่งเหล่านี้ทำให้กลุ่มพนักงาน Gen Z รู้สึกว่าปัญหาและโจทย์ของชีวิตพวกเขาแตกต่างไปจากรุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน หลายคนมองว่าการเกษียณอาจจะเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับพวกเขาซะด้วยซ้ำ
.
ช่วงไม่กี่เดือนก่อนมีวิดีโอไวรัลอันหนึ่งที่พนักงาน Gen Z ออกมาบอกว่าตกใจกับตารางการทำงานแบบ ‘9 โมงเช้า - 5 โมงเย็น’ มากๆ ทำงานแบบนี้เรียกว่าไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย ซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องการคือความยืดหยุ่นที่มากกว่านี้ (แต่ก็มีกระแสต้านเช่นกันว่าควรต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบ)
.
ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ดูเหมือนว่า Gen Z ที่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยและกำลังเริ่มเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคต่อไปก็รู้สึกว่าระบบเดิมมันอาจจะไม่เหมาะสมแล้ว 
.
แบบสำรวจในปี 2021 จากบริษัทด้านการดูแลสุขภาพและประกันภัยข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน Cigna บอกว่า 98% ของคนที่อายุ 18-24 กว่า 98% เคยมีประสบการณ์เบิร์นเอาต์จากการทำงานมาก่อน รู้สึกเครียดอยู่บ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย กว่าครึ่งหนึ่งบอกว่าต้องทำงานเสริมเพื่อหาเงินมาเติม (ขับรถส่งอาหาร ขายของออนไลน์ ฯลฯ) แต่ถึงอย่างนั้นก็แทบจะไม่พออยู่ดี และแบบสอบถามจากแพลตฟอร์มรวบรวมงานฟรีแลนซ์ Fiverr ก็พบว่ากว่า 67% ของขาว Gen Z มองว่าการทำอาชีพฟรีแลนซ์อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่างานประจำทั่วไป
.
เราจะเห็นงานใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมาอย่างการเป็นนายหน้า TikTok ขายของออนไลน์ ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ สายนั้นสายนี้ หลายคนก็ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ 
.
ในวันที่จำนวนคนติดตามคือสกุลเงินแห่งโลกโซเชียล มันคือยุคที่โอกาสเปิดกว้าง แทบทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือ ความรู้ และเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง แต่การจะไปถึงจุดที่สร้างเนื้อสร้างตัวได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าแม้เทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มจะเหมือนกัน แต่ทุกคนไม่ได้เริ่มจากจุดเดียวกัน (เงิน, คนรู้จัก, หรือแม้แต่รูปร่างหน้าตา)
.
ไม่ว่าจะเป็นทำงานเสริม ฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ เป็นอินฟลูฯ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ดูแล้วเหมือนว่ายุคสมัยแห่งการพึ่งพาบริษัทและองค์กรใหญ่ๆ กำลังเกิดขึ้นแล้ว จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรุ่นพ่อแม่ (และบางคนก็เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง) ว่าการเลือกทำงานในบริษัทที่คิดว่ามั่นคงปลอดภัยก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด สามารถตกงานได้ง่ายๆ ในช่วงที่เศรษฐกิจโงนเงน บางทีการพึ่งพาตัวเองอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้
.
เหมือนอย่างปาฐกถาปี 2014 ที่ Maharishi University of Management ที่ จิม แคร์รีย์ (Jim Carrey) กล่าวว่า
.
“พ่อของผมสามารถเป็นนักแสดงตลกเก่งๆ ได้เลยนะ แต่เขาไม่เชื่อว่ามันเป็นไปได้สำหรับเขา เขาจึงตัดสินใจเลือกทางที่ระมัดระวัง เขาเลือกงานที่ปลอดภัยอย่างนักบัญชีและตอนผมอายุ 12 เขาก็ถูกปลดออกจากงาน และครอบครัวของเราก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด”
.
บทเรียนที่เขาเขียนเรียนรู้ตอนนั้นคือ
.
“[ในเมื่อ] ทำสิ่งที่ไม่ชอบก็ยังล้มเหลวได้ ถ้าแบบนั้นไม่ลองเสี่ยงทำในสิ่งที่คุณรักดูละ”
.
- โสภณ ศุภมั่งมี (บรรณาธิการ #aomMONEY)
,
#aomMONEY #บทบรรณาธิการ #การเงินส่วนบุคคล #การเงิน #GenZ #Freelance #คนทำงาน #นายตัวเอง #งานคนรุ่นใหม่ #ทัศนคติ #แนวคิด
.
[อ้างอิงในคอมเมนต์]

#อาจเซ่อที่อยากได้ใบเซอร์

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Play and Learn

💃การเรียนรู้ผ่านการเล่น เป็นสิ่งที่ดี แต่จะจัดการเรียนรู้ ในรูปแบบ “เพลิน” อย่างไร ? เพราะถ้าเรียน (learn) อย่างเดียวก็เกิดความเบื่อ  เล่น (play) อย่างเดียวก็จะเป็นการไร้สาระจนเกินไป
.
Play And Learn = Plearn สามารถแยกเป็นข้อๆได้ดังนี้ Play คือ1.การเล่นตามวิถีชีวิต 2.การเล่นของเด็กไทย 3.การเล่นเกม รวมไปถึงการร้อง การเต้น และการแสดง ส่วน Learn คือการบูรณาการข้ามสาระข้ามวิชา และข้ามเนื้อหาวิชาต่างๆที่ต้องการสอนนั่นคือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ รวมถึงทักษะวิชาการและทักษะชีวิตไปด้วยนั่นเอง
.
👉🏻มาเรียนรู้เทคนิคและวิธีการสอน ด้วยการสร้างพลังการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ Play+ Learn = Plearn การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่น
https://bit.ly/49SG36g
.
การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่น ถือเป็นนวัตกรรม Plearn บางคนอาจจะเรียกว่าเรียนปนเล่น หรือ เล่นปนเรียน นั่นคือการเอาคำว่า Play+Learn = Plearn การจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่นนั่นเอง

#เทคนิคการสอน #บูรณาการ #ActiveLearning

วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566

มหาวิทยาลัยกำลังจะตาย

เด็กเกิดน้อย วัยเรียนลดลง ปริญญาถูกลดความสำคัญ! หรือมหาวิทยาลัยจะไปไม่รอด? วัยรุ่นสหรัฐมองปริญญาให้หลักประกันทางการเงินไม่ได้ ด้านประเทศไทยผลกระทบเป็น “งูกินหาง” ตายมากกว่าเกิด เด็กเข้าเรียนลดลง สะเทือนมหาวิทยาลัย “อาจารย์” ส่อกลายเป็นอาชีพไม่มั่นคง
.
“ปริญญา” สำคัญแค่ไหน? 10 ปีที่แล้วเราคงตอบคำถามนี้ได้ทันทีว่า การเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเป็นใบเบิกทางสำคัญต่ออาชีพการงานในอนาคต โดยเฉพาะค่าตอบแทนสำหรับคนหนุ่มสาววุฒิปริญญาตรีที่กลายเป็นแรงจูงใจให้พ่อแม่ผู้ปกครองผลักดันลูกหลานเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจนจบการศึกษาได้สำเร็จเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะ “White-collar worker” หรือ “คนงานคอปกขาว” ยิ่งในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยยิ่งทำให้เห็นชัดมากขึ้นว่า คนทำงานออฟฟิศวุฒิปริญญาตรีมีเปอร์เซ็นต์ “ตกงาน” น้อยกว่า “Blue-collar worker” หรือ “คนงานคอปกน้ำเงิน” ที่ใช้กำลังแรงกายในการทำงานเป็นหลัก
.
แต่เหตุผลและคำอธิบายทั้งหมดที่ว่ามาคงใช้ไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบันอีกแล้ว เมื่อเราพบข้อมูลที่น่าสนใจจากสำนักข่าว “เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส” (The New York Times) ที่มีการระบุถึงผลสำรวจความรู้สึกของชาวอเมริกันที่มีต่อการศึกษาระดับอุดมศึกษาเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ คนหนุ่มสาวที่มองว่า วุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยสำคัญลดลงจาก 71% ในปี 2009 เหลือเพียง 41% ในปี 2023 
.
ทั้งยังพบว่า เด็ก “เจน Z” กว่า 45% มองว่า เพียงวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายก็สามารถเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินให้กับพวกเขาได้แล้ว
.
ภาพความเปลี่ยนแปลงในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้เกิดแค่ในสังคมอเมริกันเท่านั้น แต่ยังพบอีกว่า ประเด็นว่าด้วยเรื่องอนาคตของมหาวิทยาลัยไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน คือจำนวนนักศึกษาหดตัวลง อาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบ อนาคตอันใกล้อาจกลายเป็นอาชีพที่อยู่บนความไม่มั่นคงเหมือนกับอาจารย์มหาวิทยาลัยยุคก่อนๆ อีกแล้ว
.
แหล่งข่าวอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังให้ข้อมูลกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สังกัดขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงยังไม่น่าเป็นกังวลนัก แต่สำหรับมหาวิทยาลัยขนาดกลางและขนาดเล็กอาจต้องพบเจอกับสถานการณ์ไม่สู้ดีเท่าไร มหาวิทยาลัยเอกชนอาจมีการปรับตัวด้วยการลดจำนวนบุคลากรลง หรืออย่างที่เราเห็นกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ว่า บางมหาวิทยาลัยตัดสินใจปิดบางคณะลง เนื่องจากจำนวนนักศึกษาน้อยกว่ากำหนดและไม่ได้รับควานนิยมเท่าแต่ก่อน
.
นอกจากนี้ อาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เคยถูกมองว่า เป็นอาชีพที่มั่นคงก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะหลังจากมีการปฏิรูประบบการจ้างงานในมหาวิทยาลัยสถานะของอาจารย์ก็ถูกลดทอนลงจาก “ข้าราชการ” เป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” สวัสดิการที่เคยได้รับก็ไม่เหมือนกัน สถานะข้าราชการเป็นการจ้างงานถึงอายุ 60 ปี แต่อาจารย์มหาวิทยาลัยยุคนี้มีเงื่อนไขแตกต่างกันอาจต่อสัญญากันทุก 5 ปี 10 ปี หรือแย่ไปกว่านั้นคือต่อสัญญากันแบบ “ปีต่อปี” ก็มีให้เห็นแล้ว
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/education/1101063?anm=
.
.
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจBusiness

วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

พหุวิทยาการ(Multidisciplinary)หรือสหวิทยาการ(Interdisciplinary)คือการใช้ความรู้จากองค์ความรู้หลายสาขาวิชา หลายศาสตร์หรือจากการปฏิบัติมาผสมผสานใช้ในการเรียน การทำงาน การวิเคราะห์ วิจัย และสังเคราะห์ขึ้นเป็นองค์ความรู้ใหม่ และพัฒนาเป็นศาสตร์ใหม่ขึ้นเพราะฉะนั้น พหุวิทยาการก็คือวิธีการที่นำเอาความรู้หลายศาสตร์มาประยุกต์แก้ปัญหา หรือสร้างศาสตร์หรือองค์ความรู้ใหม่ การศึกษาอนาคตจำเป็นต้องใช้พหูหรือสหวิทยาการในการกำหนดวิสัยทัศน์ หรือคาดการณ์อนาคตของผูบริหารหรือปู้นำที่ใช้ทักษะแบบM-Shaped หรือComb Skill

วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566

อ.ดร.รัฐนันท์ รถทอง

รัฐนันท์ รถทอง จบ ค.ด.(บริหารการศึกษา)จากจุฬาฯ 2560 เคยเป็นอาจารย์ ม.ราชภัฏภูเก็ต, ม.กรุงเทพธนบุรี และ ม.เวสเทิร์น และนักวิจัย ผลงานวิชาการ ตาม คิวอาร์โค๊ด

Variables

วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2566

อ ดร รัฐนันท์ รถทอง


รัฐนันท์ รถทอง จบ ค.ด.(บริหารการศึกษา)จากจุฬาฯ 2560 เคยเป็นอาจารย์
ม.ราชภัฏภูเก็ต, ม.กรุงเทพธนบุรี และ ม.เวสเทิร์น ผลงานวิชาการ ตาม คิวอาร์โค๊ด

วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Innovative Thinking

การสร้าง Innovative
Thinking (สร้างนวัตกร)
INNOVATION ความหมายของมันก็คือ การคิดสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ ๆ นำไปสู่การปฏิบัติ ที่สัมฤทธิ์ผล เพื่อแก้ปัญหา เพื่อพัฒนา เพื่อสร้างโอกาส เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน คำว่า"นวัตกรรม" จึงหมายถึง"ใหม่" "มีคุณค่า" และ "มีมูลค่าเพิ่ม" จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

ผู้นำยุคใหม่

จากแนวคิดภาวะผู้นำยุคใหม่ ภาวะผู้นำถือเป็น Soft Skill ที่สำคัญทางการบริหารจัดการ ซึ่งเปลี่ยนแนวคิดจากผู้นำเป็นศูนย์กลางสู่เพื่อนร่วมงานหรือสมาชิกอื่นในองค์กรเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีคุณลักษณะหลายข้อที่สำคัญคือ การเป็นผู้รับฟังที่ดี(Generous Listening) ความเข้าอกเข้าใจ(Empathy) และความคิดที่เรียนรู้และพัฒนาตลอดเวลา หรือ ความคิดที่พัฒนาได้ (Growth Mindset) จากผลการศึกษาของ [2] Van Bommel, T. (2021). พบว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วม และความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของงานเป็นอย่างมาก

นวัตกรรม เป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการพัฒนาและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังเช่นในแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คำศัพท์หนึ่งที่ตามมาคือ “Innovator หรือ นวัตกร”

นวัตกรรม

นวัตกรรม เป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการพัฒนาและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังเช่นในแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คำศัพท์หนึ่งที่ตามมาคือ “Innovator หรือ นวัตกร”

วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ในอนาคต มนุษย์ + AI น่าจะสร้างระบบ ประชาธิปไตยทางตรงได้ จะยุติธรรม กว่า ปชต.แบบตัวแทน ไม่ต้องมีนักการเมืองที่น่าเบื่อ นี้ได้...

ในอนาคต มนุษย์ + AI น่าจะสร้างระบบ ประชาธิปไตยทางตรงได้  จะยุติธรรม กว่า ปชต.แบบตัวแทน ไม่ต้องมีนักการเมือง

ที่น่าเบื่อ นี้ได้...

canva

cv Ed Adm

วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ai tools

https://wa.me/message/PDEINKSZTLAOF1
➡️Turnitin Instructor (AI Detector) 
➡️Turnitin plagiarism checker
➡️Quillbot for Paraphrasing
➡️Grammarly for Proofreading
➡️Course hero account 
➡️Refnwrite Paraphrasing tool
➡️Wordtune Paraphrasing tool 
➡️WPS Office for Android
➡️Office 365 for pc&mobile
➡️Office 2019 license
➡️Windows 10 activator
➡️OriginPro research graphs
➡️Canva Pro for designing
➡️Doodly whiteboard video animator
➡️Chat GPT Plus 
➡️Biorendar